Back to top

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร

Wat Kalayanamit

Wat Phra Kaew

Wat Phra Kaew

เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรมหาวิหาร เจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กัลยาณมิตร) บุตรพระวิชัยวารี (ทัน แซ่อึ่ง) เมื่อครั้งมีบรรดาศักดิ์เป็น พระยาราชสุภาวดี เจ้ากรมพระสุรัสวดีกลาง ได้อุทิศบ้านพร้อมที่ดินและได้ซื้อที่ดินบริเวณใกล้เคียงซึ่งเดิมเรียกว่า หมู่บ้านกฏิจีน เพิ่มเติมสร้างเป็นวัดเมื่อปี พ.ศ. 2368 ในสมัยรัชกาลที่ 3 แล้วถวายเป็นพระอารามหลวง ได้รับพระราชทานนามว่า วัดกัลยาณมิตร กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนวัดเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติเมื่อปี พ.ศ. 2492

Wat Kanlayanamit Woramahawihan This is the second grade royal temple of woramahawihan. Chao Phraya Nikorn Bodin (Toh Kanlayanamit) a son of Phra Phichai Wari (Man Sae Eung). When he got the tittle of Phraya Ratsuphawadi, the director general of Phra Suratsawadi Klang department, he did not only donated his house included land but also bought additional land in the area nearby which formally called Kudi Chin village to build a temple in 1825 during the reign of King Rama 3, and presented it to be a royal temple, King Rama 3 graciously named the temple as Wat Kanlayanamit. The fine arts department registered the temple to be the national ancient monument in 1949

寺院はマスタークラスでありますWoramahawihanを入力ニコンXVI Bordin(藤ののれん)、ヴィジャヤの息子は名前が付いていた場合(沙ウンまで)に変更します。ロイヤルプリンスSupawadeeサラスワティ連邦管財元々呼ばれていた土地や近くの土地を購入の献身、。中国の村の既定の照合順序追加のビルドは3の統治の間の年2368年に寺院は僧院を奉献しました。名のれん対策美術部門は、2492年以来、国家の重要性の古代のモニュメントとして寺院を登録しました。

这是woramahawihan皇家第二等级寺庙,昭披耶尼空卜丁(To Kanlayanamit ),皮钗瓦利之子(赛英先生)。当他被授予Phraya Ratsuphawadi头衔,Phra Suratsawadi Klang部门的将军时,不不仅捐赠了自己的房屋,同时也购买了一片土地兴建寺庙,于1825年,拉玛3世时期,寺庙被授予皇家寺庙,拉玛3世将其命名为Kanlayanamit寺。1949年,国家寺庙管理部授权此地为国家古代纪念馆。

EXPLORE
EXPLORE
EXPLORE
EXPLORE

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)

Temple of the Emerald Buddha

Temple of the Emerald Buddha

Temple of the Emerald Buddha

เป็นวัดที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต ภายในมีอาณาบริเวณกว้างขวาง ประกอบด้วย 3 ส่วน คือส่วนแรกเป็นวัดพระแก้วมรกต ระเบียงที่ลดหลั่นกันลงไป และส่วนของหมู่ตึกทางทิศเหนือ และระเบียงด้านหน้าของประสาทพระเทพบิดร วัดพระศรีรัตนศาสดารามตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานชั้นนอกทางทิศตะวันออกของพระบรมมหาราชวัง ภายในไม่มีพระภิกษุสงฆ์อยู่จำพรรษา รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นพร้อมกับพระบรมมหาราชวังและกรุงรัตนโกสินทร์ซึ่งเป็นการสร้างวัดในพระราชวังตามอย่างวัดพระศรีสรรเพชญ์ของกรุงศรีอยุธยา พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) เป็นพระประทับนั่งอย่างสมาธิราบในสกุลช่างล้านนา ประมาณพุทธศตวรรษที่ 20 ถือเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง ซึ่งรัชกาลที่ 1 ได้ทรงอัญเชิญมาจากเมืองเวียงจันทร์

The temple is in the outer section of the Royal Enclosure west of the Grand Palace . It was built on the orders of King Rama 1 along with the Grand Palace and Rattanakosin Island, and is built as a temple in a Royal compound like Wat Sri Sanphet in Ayutthaya . It has no resident monks. The most famous in Wat Phra Kaew are: The Emerald Buddha, Model of Angkor Wat, Prasat Phra Thepidon, Mondop, Balcony, Phra Sri Ratana Chedi and many others. By the way, the Emerald Buddha (Phra Putta Maha Mani Ratana Patimakorn or Phra Kaeo Morakot): This is a Buddha image in the meditating position in the style of the Lanna school of the north, dating from the 15th century AD. King Rama I brought it from Vientiane , and it is considered to be the most important Buddha image in the country.

エメラルド寺院はエメラルド仏像の寺院です。広範な領域内の3つの部分から構成:最初の部分は、ワット·プラケオです。に下降テラスそして北に建物の一部。神経パンテオンのフロントポーチ。エメラルド寺院はイースタングランドパレスの外庭に位置しています。ラーマ5世の神殿の内部には、僧侶には王宮、アユタヤのワット·プラシーサンペットに応じて構築されているバンコクの宮殿で作成したものを注文していません。エメラルド仏面と(エメラルド仏)を超える技術者通貨で瞑想に座っていました。およそ20世紀の仏は貴重です。

玉佛寺内主要分为三部分,泰国玉佛寺位于曼谷大王宫的东北角,是泰国最著名的佛寺,也是泰国三大国宝之一。建于1784年的玉佛寺是泰国大王宫的一部分,面积约占大王宫的1/4。玉佛寺是泰国王族供奉玉佛像和举行宗教仪式的场所,因寺内供奉着玉佛而得名。寺内有玉佛殿、先王殿、佛骨殿、藏经阁、钟楼和金塔。玉佛殿是玉佛寺的主体建筑,大殿正中的神龛里供奉着被泰国视为国宝的玉佛像。玉佛高66厘米,阔48厘米,是由一整块碧玉雕刻而成。

EXPLORE
EXPLORE
EXPLORE
EXPLORE

เทอมินอล 21

Terminal 21

Terminal 21

Terminal 21

เทอร์มินัล 21 เป็นศูนย์การค้าแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานครที่รวบรวมบรรยากาศทั่วทุกมุมโลกมาไว้ใน ที่เดียวใจกลาง อโศก ทั้งแคริบเบียน โรม, ปารีส, โตเกียว, ลอนดอน, อิสตันบูล,ซานฟรานซิสโก และฮอลลีวู้ด ด้วยแนวคิดและสโลแกน "Terminal 21 คือ ท่าอากาศยานแห่งความบันเทิง ที่ยกทั้งโลก มาไว้ที่สุขุมวิท"

Terminal 21 shopping mall is Bangkok's new retail complex that features world's famous themes in a one floor one theme concept: Caribbean, Rome, Paris, Tokyo, London, Istanbul, San Francisco, and Hollywood. The mall's slogan is "Terminal 21: global entertainment port on Sukhumvit Road".

ターミナル21は、バンコク、アソーク通りの中心地に、世界中 (カリブ海・ローマ・パリ・東京・ロンドン・イスタンブール・サンフランシスコ・ハリウッド) の雰囲気でできているショッピングモール。ターミナル21のコンセプトとスローガンは世界中全てのエンターテイメントを、このターミナル(スクンビット)で揃う。

Terminal 21购物中心是曼谷第一家综合全球购物氛围于一身的大型购物商场,包括加勒比、罗马、巴黎、东京、伦敦、伊斯坦布尔、旧金山和好莱坞,坐落在Asok中心,Terminal 21购物中心的理念和标语是“打造Sukhumvit全球娱乐航站”。

EXPLORE
EXPLORE
EXPLORE
EXPLORE

สนามมวยลุมพินี และสนามมวยราชดำเนิน

Lumpini Boxing Stadium and Ratchadamneon Boxing Stadium

Lumpini Boxing Stadium and Ratchadamneon Boxing Stadium

Lumpini Boxing Stadium and Ratchadamneon Boxing Stadium

"สนามมวยเวทีลุมพินี เป็นสนามมวยที่มีตำนานมาอย่างยาวนาน เริ่มต้นตั้งอยู่บริเวณด้านหลังพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 และย้ายวิกมาตั้งอยู่แถวบริเวณบ่อนไก่ แต่ยังคงใช้ชื่อเดิมเพราะถือเป็นมงคลนาม โดย พลตรีประภาส จารุเสถียร ขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ โดยมีการชกมวยนัดแรกเมื่อ 15 มีนาคม และพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2499 และจากการที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินมีแผนงานการพัฒนาที่ดินบริเวณถนนพระราม 4 ให้สามารถใช้ประโยชน์ในเชิงธุรกิจอย่างเต็มขีดความสามารถของพื้นที่ จึงขอให้สนามมวยย้ายไปยังสนามแห่งใหม่ สนามสวยจึงพิจารณาพื้นที่แห่งใหม่ ซึ่งการพิจารณานั้น ได้เลือกพื้นที่สนามมวยเวทีนางลิ้นจี่ และเวทีพหลโยธิน แต่ด้วยพื้นที่มีข้อจำกัดหลายอย่าง จึงมีการเลือกพื้นที่ใหม่ และได้พื้นที่บริเวณถนนรามอินทรา กม.2 ติดกับศูนย์พัฒนากีฬา ทบ.(สนามกอล์ฟ) มีเนื้อที่ 6 ไร่ 2 งาน ซึ่งมีความเหมาะสมมากที่สุด จึงได้ย้ายวิกมาที่นี่ โดยในวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2555 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะผู้บัญชาการทหารบกพร้อมด้วยคณะ ได้ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ สนามมวยเวทีลุมพินีแห่งใหม่ จากนั้นได้มีการจัดอำลา สนามมวยเวทีลุมพินี ศึกเพชรยินดี เมื่อวันศุกร์ที่ 7 ก.พ. 2557 และจัดนัดประเดิมสนามมวยเวทีลุมพินี รามอินทรา เมื่ออังคารที่ 11 ก.พ. 2557 ในศึกเกียรติเพชรและมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 ที่ผ่านมา"

Lumpini Boxing Stadium. Boxing legend is a long time. Starting Located behind the King Rama VI and 6 to move Vick located in Bon Kai area. But still use the old name because considered auspicious by the Air Force illumination Charusathien then held the position of commander of the 1st Guards with boxing debut on March 15, and was officially opened on 8 December. Prof. 2499 and by the Crown Property Bureau. The land owners have plans to develop the land on Rama 4 to take advantage of the full capabilities of commercial space. Sought the stadium moved to a new stadium. Therefore consider the new stadium , which is being considered. Selected areas Boxing Stadium Nanglinchee. And Stage Rd The area has many limitations. You have a selection of new areas And Area Road km 2 adjacent Sports Center. DDS. (Golf course) with an area of 6 acres, two of which are the most appropriate. It was moved here by Vic on 21 August 2555. Gen.. Prayut Chan-o-cha as commander in chief, along with the faculty. The foundation stone laying ceremony Lumpini Boxing Stadium located , and then held a farewell. Lumpini Boxing Stadium, Diamond Chariots welcomed on Friday 7 February 2557 and to initiate court Lumpini Boxing Ram on Tuesday 11 February 2557 at the Battle of honor at the opening ceremony and diamonds. the official on Friday, 28 February 2557 ago.

"ルンピニ・ボクシングスタジアムは長年語り継がれるスタジアムで、最初はラーマ6世の国王像の後方に設置したが、縁起の良いために闘鶏所の周辺に移設しても旧名を使用されている。プラパート ジャルサティアン少将(第1国王防衛隊の旧司令官)は、3月15日に最初のボクシング試合をし、1956年12月8日に開会式を開催した。 土地所有者である王室財産管理局が全能力でビジネスに利用するため、ラマ4世路における土地の開発計画をし、ボクシングスタジアムの移設を依頼された。 移設場所の検討の結果、ナーンリンチー・ボクシングスタジアムとパホンヨーティン・ボクシングスタジアムを選定したが、多くの制限があるため、陸軍のスポーツセンター(ゴルフ場)に隣接しているラムイントラ第2キロ目の領域(総面積6ライ2ガーン)に変更した。プラユット ジャンオーシャー大将は、最高司令官として2012年8月21日に将軍団体と新ルンピニ・ボクシングスタジアムの開会式を開催した。 その後、2014年2月7日にスックペッチインディーというボクシング試合で旧ルンピニ・ボクシングスタジアムの閉会式を開催し、又2014年2月11日にルンピニ・ボクシングスタジアム・ラムイントラにおいてスックキアートペッチという最初のボクシング試合と、2014年2月28日(金)に正式な開会式を開催した。"

"Lumpinee拳击馆已经开放很久了,建立在第6世国王画像后面,迁移地址后仍延续使用原来的名字,因为认为这个名字具有神圣的含义,是当时担任第一师长少将命名,第一次拳击比赛开始于3月15日,1956年12月8日正式开放。 由于土地的主人出于商业计划,需要将拉马4世路附近的土地规划,重新布局其空间利用率,因此要求拳击馆转移到新的漂亮的地方。 在考虑新场馆的地址时,考虑过林记舞台,以及帕哈呦厅舞台,但是地方都有一定的局限性,因此重新选择了地方。在拉明塔2号公路,在体育馆附近(高尔夫球场)的地方,找到6.2公顷的地方,觉得是最合适的地方,最终于2012年8月21日将拳击馆转移到此地,巴育总理来到此地参加了新拳击馆的开幕典礼。 于是,2014年2月7日星期五告别了就的拳击馆,2015年2月11日转移到新场馆,2015年2月28日进行了开业典礼。"

EXPLORE
EXPLORE
EXPLORE
EXPLORE

ซาฟารีเวิลด์

Safari World

Safari World

Safari World

ซาฟารีเวิลด์ตั้งอยู่บน ถนนรามอินทรา บริเวณกิโลเมตรที่ 9 เขตมีนบุรี มีเนื้อที่ประมาณ 430 ไร่ แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่หนึ่ง คือ ซาฟารีปาร์ค ซึ่งเป็นสวนสัตว์เปิด มีสัตว์ต่างๆ เช่น ม้าลาย กวาง ยีราฟ นก เสือ สิงโต หมี ฯลฯ ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งรถชมชีวิตความเป็นอยู่ของสัตว์ตามธรรมชาติโดยรถส่วน ตัว หรือรถบริการพร้อมผู้บรรยายของซาฟารีเวิลด์ ส่วนที่สอง คือ มารีนปาร์ค หรือสวนน้ำ มีสัตว์น้ำ และสัตว์ชนิดต่างๆ ที่หาดูให้ชมยาก รวมทั้งการแสดงต่างๆ เช่น การแสดงของปลาโลมา, นก, แมวน้ำ และลิง เป็นต้น นอก จากนี้ยังมีร้านอาหารและเกมส์ต่างๆ เช่น เกมส์ปาเป้า ยิงปืน โยนบ่วง ฯลฯ ไว้บริการ

Have a close encounter with giraffes, zebras, camels, and other wild animals as you drive (Safari World’s vehicle with a guide tour service also available) through the picturesque wilderness in safari park. More interesting shows and animals in show of dolphin, elephant, bird and stunt in the marine park. It is located on Ram Indra Road Km. 9.

サファリワールドは、2つの部分に分かれて約430ヘクタールのキロ9分ブリエリアでの道路上に位置しています:最初の部分は、サファリパーク、このような観光客に等シマウマ、鹿、キリン、鳥、トラ、ライオン、クマなどの動物との動物園です。訪問者が自然にサファリワールドマリンパークのナレーターに沿って車やバスのサービスにより、動物の命に乗ることができ、第二部は、水槽や水の庭園や動物です。誰それが困難見に見つけますなどイルカ、鳥、アザラシやサル、の性能等の性能を含め、レストラン、そのようなサファリワールドは。

曼谷野生动物园位于民布理区东北南茵地路第9公里处,占地面积约为430莱,分为两个区域。第1区,Safari Park,主要是各种野生动物,包括斑马,长颈鹿,鸟,老虎,狮子,熊等,游客通常需要乘坐院内观赏车在园内观赏动物,体验热带雨林的自然风景。第2部分,Marin Park,主要为各种水生动物,如海豚,海鸟,海豹和猴子等。除此之外,还有各种美食。另外还有飞镖设计,投球等游戏

EXPLORE
EXPLORE
EXPLORE
EXPLORE

Festival

Festival

Festival

Festival

  • January
  • January
  • January
  • January
  • February
  • February
  • February
  • February
  • March
  • March
  • March
  • March
  • April
  • April
  • April
  • April
  • May
  • May
  • May
  • May
  • June
  • June
  • June
  • June
  • July
  • July
  • July
  • July
  • August
  • August
  • August
  • August
  • September
  • September
  • September
  • September
  • October
  • October
  • October
  • October
  • November
  • November
  • November
  • November
  • December
  • December
  • December
  • December

เทศกาลปีใหม่

New Year Festival

New Year Festival

New Year Festival

1 January

เป็นเทศกาลที่ต่อเนื่องจากเทศกาลส่งท้ายเก่า จะมีการเฉลิมฉลองกันในสถานที่สำคัญๆของกรุงเทพ โดยเฉพาะที่ เซ็นทรัลเวิร์ล ซึ่งจะมีการจุดพลุเฉลิมฉลอง, การแสดงจากนักร้องนักดนตรี เพื่อสร้างความสนุกสนานให้ผู้ที่เข้ามาร่วมชม จากนั้น ในวันนี้ผู้คนจะนิยมไปทำบุญตักบาตร เยี่ยมชม ญาติผู้ใหญ่ เพื่อเป็นสิริมงคลกับตัวเองในปีที่กำลังมาถึง

is Festival at the beginning of the new year. Usually, Thai people will celebrate in the highlight place in Bangkok for example Central World which always displays fireworks, Live concert from popular artist, and singers to entertain attendances. In the afternoon, people normally go for monk meriting, visiting elders for blessing themselves.

is Festival at the beginning of the new year. Usually, Thai people will celebrate in the highlight place in Bangkok for example Central World which always displays fireworks, Live concert from popular artist, and singers to entertain attendances. In the afternoon, people normally go for monk meriting, visiting elders for blessing themselves.

is Festival at the beginning of the new year. Usually, Thai people will celebrate in the highlight place in Bangkok for example Central World which always displays fireworks, Live concert from popular artist, and singers to entertain attendances. In the afternoon, people normally go for monk meriting, visiting elders for blessing themselves.


วันมาฆบูชา

Makha Bucha Day

Makha Bucha Day

Makha Bucha Day

February

วันมาฆบูชาเป็นวันสำคัญทางพุทธศาลนา ตรงกับวันเพ็ญเดือน 3 (ประมาณสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ หรือต้นเดือนมีนาคม)

วันนี้ เป็นวันที่ระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในสมัยพุทธกาล
1.) ภิกษุจำนวน 1,250 รูปจากที่ต่างๆกันเดินทางมาเองโดยมิได้นัดหมายแต่ประการใด เพื่อสักการะพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เวฬุวันวิหาร ในกรุงราชคฤห์ เมืองมคธ
2.) ภิกษุทั้งหมดล้วนแต่เป็นผู้ได้บรรลุพระอรหันต์แล้วทุกองค์
3.) ภิกษุเหล่านั้นล้วนเป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทา คือ พระพุทธเจ้าทรงบวชให้ทั้งสิ้น
4.) เป็นวันเพ็ญ เดือนมาฆะ

ในตอนเย็นของวันนั้น พระพุทธเจ้าทรงแสดง "โอวาทปาฏิโมกข์" อันเป็นหลักสอนสำคัญที่เป็นหัวใจของพุทธศาสนา เป็นพระพุทธพจน์ 3 คาถากึ่ง นั่นคือ ทำความดี, ละเว้นความชั่ว, และทำใจให้บริสุทธิ์

Makha Bucha Day is one of the most important Buddhist celebrations which falls on the full moon day of the third lunar month (about last week of February or early of March).

This day marks the great four events that took place during Lord Buddha's lifetime.
1.) 1250 Buddhist monks from different places came to pay homage to Lord Buddha at Valuwan Vihara in Rajgaha, the capital of Magaha State, each of his own initiative and without prior notification or appointment.
2.) all of them were the enlightened monks (or Arahantas).
3.) all of them had been individually ordained by Lord Buddha himself (Ehi Bhikkhu).
4.) They assembled on the full moon day of the third lunar month.

On the evening of that day, Lord Buddha gave the assembly a discourse "Ovadha Patimokha" laying down the principles of His Teachings summarised into three acts, i.e. to do good, to abstain from bad action and to purify the mind.

Makha Bucha Day is one of the most important Buddhist celebrations which falls on the full moon day of the third lunar month (about last week of February or early of March).

This day marks the great four events that took place during Lord Buddha's lifetime.
1.) 1250 Buddhist monks from different places came to pay homage to Lord Buddha at Valuwan Vihara in Rajgaha, the capital of Magaha State, each of his own initiative and without prior notification or appointment.
2.) all of them were the enlightened monks (or Arahantas).
3.) all of them had been individually ordained by Lord Buddha himself (Ehi Bhikkhu).
4.) They assembled on the full moon day of the third lunar month.

On the evening of that day, Lord Buddha gave the assembly a discourse "Ovadha Patimokha" laying down the principles of His Teachings summarised into three acts, i.e. to do good, to abstain from bad action and to purify the mind.

Makha Bucha Day is one of the most important Buddhist celebrations which falls on the full moon day of the third lunar month (about last week of February or early of March).

This day marks the great four events that took place during Lord Buddha's lifetime.
1.) 1250 Buddhist monks from different places came to pay homage to Lord Buddha at Valuwan Vihara in Rajgaha, the capital of Magaha State, each of his own initiative and without prior notification or appointment.
2.) all of them were the enlightened monks (or Arahantas).
3.) all of them had been individually ordained by Lord Buddha himself (Ehi Bhikkhu).
4.) They assembled on the full moon day of the third lunar month.

On the evening of that day, Lord Buddha gave the assembly a discourse "Ovadha Patimokha" laying down the principles of His Teachings summarised into three acts, i.e. to do good, to abstain from bad action and to purify the mind.


No Event

เทศกาลสงกรานต์

Song Kran Festival

Song Kran Festival

Song Kran Festival

13 April

เป็นเทศกาลการส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ของประเทศไทย โดยมีกิจกรรมหลักคือการทำบุญตักบาตร และ การสรงน้ำญาติผู้ใหญ่ เพื่อเป็นสิริมงคลอแก่ตัวเองสำหรับในปีที่กำลังมาถึง โดยในกรุงเทพ ฯ มีสถานที่จัดกิจกรรมสงกรานต์ที่น่าสนใจ คือที่ ถนนสีลม, ถนนข้าวสาร, และบริเวณ RCA โดยในวันสงกรานต์จะมีทั้งชาวไทย และต่างชาติมาร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง ถือเป็นกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด หากเดินทางมายังประเทศไทย ในช่วงเดือนเมษายน

is a most popular festival in Thailand that marks the beginning of the new solar year and the start of the summer in Thailand as well. Normally, the main activities in Song Kran's day are making merit, and splashing water on each others as the wish for a year filled with blessings. The highlight places that celebrating Song Kran festival are at "Silom Road", "Khao San Road", and area around RCA. Usually, most of Thai people and foreigns will participate this event. It's highly recommended that you shouldn't miss this festival if you're in Thailand around April.

is a most popular festival in Thailand that marks the beginning of the new solar year and the start of the summer in Thailand as well. Normally, the main activities in Song Kran's day are making merit, and splashing water on each others as the wish for a year filled with blessings. The highlight places that celebrating Song Kran festival are at "Silom Road", "Khao San Road", and area around RCA. Usually, most of Thai people and foreigns will participate this event. It's highly recommended that you shouldn't miss this festival if you're in Thailand around April.

is a most popular festival in Thailand that marks the beginning of the new solar year and the start of the summer in Thailand as well. Normally, the main activities in Song Kran's day are making merit, and splashing water on each others as the wish for a year filled with blessings. The highlight places that celebrating Song Kran festival are at "Silom Road", "Khao San Road", and area around RCA. Usually, most of Thai people and foreigns will participate this event. It's highly recommended that you shouldn't miss this festival if you're in Thailand around April.


วันวิสาขบูชา

Visakha Bucha Day

Visakha Bucha Day

Visakha Bucha Day

10 May

เป็นวันสำคัญสากลทางพระพุทธศาสนาสำหรับชาวพุทธทุกนิกายทั่วโลก ทั้งเป็นวันหยุดราชการในหลายประเทศ ซึ่งไม่เหมือนวันมาฆบูชา และวันอาสาฬหบูชา ที่เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่นิยมนับถือกันเฉพาะในประเทศไทย, ลาว, และกัมพูชา และด้วยเหตุนี้ ประชุมใหญ่สมัชชาสหประชาชาติจึงยกย่องให้วันวิสาขบูชาเป็น "วันสำคัญสากล" เพราะเป็นวันคล้ายวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญที่สุดในพระพุทธศาสนา 3 เหตุการณ์ด้วยกัน คือ การประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระพุทธเจ้า โดยพุทธศาสนิกชน จะมีการประกอบพิธีต่าง ๆ เช่น การตักบาตร การฟังพระธรรมเทศนา การเวียนเทียน เป็นต้น เพื่อเป็นการบูชารำลึกถึงพระรัตนตรัยและเหตุการณ์สำคัญ 3 เหตุการณ์ดังกล่าว

is a holiday observed traditionally by Buddhists. Unlike Makha Bucha, and Asalha bucha, because this day is not only celebrated in Thailand, Laos, and Cambodia. Visakha Bucha is therefore classified as "International Day" . On Visakha Bucha, it actually commemorates the birth, enlightenment, and death of Gautama Buddha. Most Bhuddist on this day will assemble in their various temples before dawn for the ceremonial. They may offerings of flowers, candles.

is a holiday observed traditionally by Buddhists. Unlike Makha Bucha, and Asalha bucha, because this day is not only celebrated in Thailand, Laos, and Cambodia. Visakha Bucha is therefore classified as "International Day" . On Visakha Bucha, it actually commemorates the birth, enlightenment, and death of Gautama Buddha. Most Bhuddist on this day will assemble in their various temples before dawn for the ceremonial. They may offerings of flowers, candles.

is a holiday observed traditionally by Buddhists. Unlike Makha Bucha, and Asalha bucha, because this day is not only celebrated in Thailand, Laos, and Cambodia. Visakha Bucha is therefore classified as "International Day" . On Visakha Bucha, it actually commemorates the birth, enlightenment, and death of Gautama Buddha. Most Bhuddist on this day will assemble in their various temples before dawn for the ceremonial. They may offerings of flowers, candles.


No Event

No Event

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

Her Majesty Queen Sirikit

Her Majesty Queen Sirikit

Her Majesty Queen Sirikit

12 August

พระนามเต็ม  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
พระอิสริยยศ  สมเด็จพระบรมราชินีนาถ
ฐานันดรศักดิ์  พระอัครมเหสี
ราชวงศ์  ราชวงศ์จักรี

ข้อมูลส่วนพระองค์ พระราชสมภพ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2475 (82 ปี)
พระราชบิดา พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้านักขัตรมงคล กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ
พระราชมารดา หม่อมหลวงบัว กิติยากร
พระราชสวามี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (พ.ศ. 2493–ปัจจุบัน)
พระนามเดิม หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร
จอมพลหญิง จอมพลเรือหญิง จอมพลอากาศหญิง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

พระราชโอรส/ธิดา ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

พระราชประวัติ ขณะทรงพระเยาว์
          สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็นพระธิดาพระองค์ใหญ่ของหม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร (ภายหลังเป็น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้านักขัตรมงคล กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ) ประสูติแต่หม่อมหลวงบัว กิติยากร (สกุลเดิม: สนิทวงศ์) เมื่อวันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2475 ณ บ้านของพลเอก เจ้าพระยาวงษานุประพัทธ (หม่อมราชวงศ์สท้าน สนิทวงศ์) บ้านเลขที่ 1808 ถนนพระรามที่ 6 ตำบลวังใหม่ อำเภอปทุมวัน จังหวัดพระนคร อันเป็นบ้านของพระอัยกาฝ่ายพระมารดา มีพระพี่น้องคือ หม่อมราชวงศ์กัลยาณกิติ์, หม่อมราชวงศ์อดุลกิติ์ และหม่อมราชวงศ์บุษบา กิติยากร
          สำหรับพระนาม "สิริกิติ์" ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มีความหมายว่า "ผู้เป็นศรีแห่งกิติยากร" เรียกโดยลำลองว่า "คุณหญิงสิริ" ส่วนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงเรียกว่า "แม่สิริ" เมื่อหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์มีอายุราว 2 ปี
          ขณะที่พี่เลี้ยงอุ้มอยู่นั้นก็มีแขกเลี้ยงวัวเข้ามาทำนายทายทัก ว่าเด็กผู้หญิงคนนี้จะมีบุญวาสนาได้เป็นราชินีในอนาคต ดังที่ท่านผู้หญิงเกนหลง สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ได้เล่าไว้ ความว่า
          “...วันหนึ่งขณะที่พี่เลี้ยงอุ้ม ม.ร.ว.สิริกิติ์ เดินเล่น พอดีขณะนั้นมีแขกเลี้ยงวัว ซึ่งเป็นเพื่อนของแขกยามประจำบ้านมาหากัน พอแขกที่มาเหลือบเห็น ม.ร.ว.สิริกิติ์ ก็จ้องมองพร้อมทั้งกวักมือเรียกพี่เลี้ยงขอให้เห็นใกล้ ๆ หน่อย เมื่อเข้ามาใกล้มองดูสักครู่ก็พูดว่า "ต่อไปจะเป็นมหาราชินี"
          พี่เลี้ยงได้ฟังก็ชอบใจเที่ยวเล่าให้คุณยายและใครต่อใครฟัง ถึงไม่เชื่อแต่ก็ปลื้มใจ ต่อมาเมื่อ ม.ร.ว.สิริกิติ์ เจริญวัยขึ้น เลยเป็นเหตุให้คุณพี่ชายทั้งสองคนเอามาล้อเลียนเป็นที่ขบขันว่าเป็นราชินีแห่งอบิสซีเนีย [เอธิโอเปียในปัจจุบัน] บางครั้งถึงกับทำให้ผู้ถูกล้อต้องนั่งร้องไห้ด้วยความอายและเจ็บใจ แต่พี่ชายทั้งสองก็ยังไม่หยุดล้อ กลับเอาเศษผ้าขาด ๆ มาทำเป็นธงโบกอยู่ไปมา พร้อมทั้งบอกว่าเป็นธงประจำตัวของราชินี... “
          สอดคล้องกับหม่อมราชวงศ์กิติวัฒนา ปกมนตรี ที่กล่าวถึงเกี่ยวกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ได้เล่าเรื่องดังกล่าวให้เพื่อน ๆ จากโรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ที่ย้ายมาเรียนต่อที่โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัยฟังว่ามีหมอดูมาที่ตำหนักของท่านพ่อ แล้วทายทักว่าจะได้เป็นราชินี โดยที่หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เองและเพื่อนฝูงก็มิได้ใส่ใจนัก แต่เพื่อน ๆ ก็ขนานนามว่า "ราชินีสิริกิติ์" มาแต่นั้น แม้จะเป็นเรื่องขบขันของราชสกุลกิติยากร แต่ไม่มีใครคาดถึงว่าในอีก 15 ปีต่อมาคำทำนายของแขกเลี้ยงวัวผู้นั้นจะเป็นความจริง
          ในระหว่างยังทรงพระเยาว์ สถานการณ์บ้านเมืองไม่สู้สงบนัก เนื่องจากเพิ่งพ้นจากช่วงของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ไม่นาน หม่อมเจ้านักขัตรมงคลต้องทรงออกจากราชการทหาร โดยรัฐบาลแต่งตั้งให้ไปรับตำแหน่งเลขานุการเอกประจำสถานทูตสยาม ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ส่วนหม่อมหลวงบัวซึ่งมีครรภ์แก่ยังคงอยู่ในประเทศไทย แต่ได้เดินทางไปสมทบหลังจากให้กำเนิดหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ได้ 3 เดือน
          โดยมอบหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ให้อยู่ในความดูแลของเจ้าพระยาวงษานุประพัทธ และท้าววนิดาพิจาริณี บิดาและมารดาของหม่อมหลวงบัว ดังนั้นจึงต้องอยู่ไกลจากบิดามารดาตั้งแต่อายุน้อย บางคราวต้องเดินทางไปต่างจังหวัด เช่น พ.ศ. 2476 หม่อมเจ้าอัปษรสมาน กิติยากร พระมารดาของหม่อมเจ้านักขัตรมงคล ได้ทรงรับนัดดาตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ไปอยู่ที่จังหวัดสงขลา
          ปลายปี พ.ศ. 2477 หม่อมเจ้านักขัตรมงคลทรงลาออกจากราชการแล้วกลับมาประเทศไทย จึงทำให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ซึ่งขณะนั้นอายุได้ 2 ชันษา 6 เดือน ได้กลับมาอยู่รวมพร้อมหน้ากันทั้งครอบครัว ณ ตำหนักใน วังเทเวศร์ บริเวณถนนกรุงเกษม ปากคลองผดุงกรุงเกษม ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

การศึกษา           พ.ศ. 2479 เมื่อหม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิติ์ ทรงมีอายุได้ 4 ชันษา ก็ได้เข้ารับการศึกษาครั้งแรกในชั้นอนุบาลที่โรงเรียนราชินี ทว่าในขณะนั้น แม้เหตุการณ์ด้านการเมืองภายในประเทศไทยจะสงบลง แต่สถานการณ์ระหว่างประเทศก็ไม่สงบ กล่าวคือ สงครามมหาเอเชียบูรพาเริ่มแผ่ขยายมาถึงประเทศไทย กรุงเทพมหานครถูกโจมตีทางอากาศหลายครั้งจนการคมนาคมไม่สะดวก พระบิดาจึงให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ย้ายไปเรียนที่โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ เพราะอยู่ใกล้วังพระบิดา ได้เรียนที่นั่นตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จนถึงชั้นมัธยมศึกษา หม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิติ์ได้เริ่มเรียนเปียโนซึ่งเรียนได้ดีและเร็วเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังได้ศึกษาภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศสด้วย
          พ.ศ. 2489 ครั้นเมื่อสงครามโลกครั้งที่สองสงบลง หม่อมเจ้านักขัตรมงคลต้องเสด็จไปดำรงตำแหน่งอัครราชทูตผู้มีอำนาจเต็มประจำสำนักเซนต์เจมส์ ประเทศอังกฤษ ทั้งนี้โดยได้ทรงพาครอบครัวทั้งหมดไปอยู่ด้วย ในเวลานั้นหม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิติ์ มีอายุได้ 13 ปีเศษ และเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แล้ว
          ขณะที่อยู่ในประเทศอังกฤษ หม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิติ์ได้ศึกษาต่อทั้งวิชาภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส และวิชาเปียโนกับครูพิเศษ หลังจากนั้นไม่นาน พระบิดาย้ายไปเดนมาร์กและฝรั่งเศส ตามลำดับ ขณะที่หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ก็ยังคงเรียนเปียโนและตั้งใจจะศึกษาต่อในวิทยาลัยการดนตรีที่มีชื่อเสียงของกรุงปารีส
          ระหว่างที่อยู่ในประเทศฝรั่งเศส หม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิติ์ได้มีโอกาสรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช (ขณะนั้นทรงศึกษาต่อที่สวิตเซอร์แลนด์หลังจากเสด็จขึ้นครองราชย์) ซึ่งพระองค์เสด็จประพาสกรุงปารีสเพื่อทอดพระเนตรโรงงานทำรถยนต์ ทั้งนี้เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โปรดการดนตรีเป็นพิเศษ ขณะที่หม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิติ์ก็สนใจศิลปะเช่นกัน ทำให้เกิดความสัมพันธ์ขึ้น

อภิเษกสมรส           วันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2491 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทรงเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งโดยมีหม่อมหลวงบัวและหม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิติ์ เข้าเฝ้าฯ เยี่ยมพระอาการเป็นประจำ และในช่วงระยะเวลาที่หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์อยู่เฝ้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่สวิตเซอร์แลนด์นั้น สมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์ (พระนามในเวลานั้น) ได้ทรงรับเป็นธุระจัดการให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เข้าศึกษาในโรงเรียน Pensionnat Riante Rive ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำแห่งหนึ่งของโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ครั้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายจากอาการประชวรแล้ว ก็ได้ทรงหมั้นหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เป็นการภายในเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2492
          หลังจากทรงหมั้นแล้ว หม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิติ์ยังคงศึกษาต่อ กระทั่ง พ.ศ. 2493 เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินนิวัตพระนครเพื่อร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล พระองค์ท่านโปรดฯ ให้หม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิติ์ตามเสด็จพระราชดำเนินกลับด้วย
          เมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2493 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสขึ้น ณ วังสระปทุม โดยมีสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าเสด็จเป็นองค์ประธาน ในการนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธยในทะเบียนสมรสและโปรดให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากรพร้อมทั้งสักขีพยานลงนามในทะเบียนนั้น หลังจากนั้น สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เสด็จออกในพระราชพิธีถวายน้ำพระพุทธมนต์เทพมนต์แด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทรงรดน้ำพระพุทธมนต์เทพมนต์แด่หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากรในการพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสตามโบราณราชประเพณี
          ต่อมา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้อาลักษณ์อ่านประกาศสถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากรขึ้นเป็น "สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์" พร้อมทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ในการนี้ด้วย
          ต่อมา ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงพระราชดำริว่า ตามโบราณราชประเพณีเมื่อสมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติบรมราชาภิเษกแล้ว ย่อมโปรดให้สถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศสมเด็จพระอัครมเหสีขึ้นเป็นสมเด็จพระบรมราชินี ดังนั้น พระองค์จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศสถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ ขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี
          หลังจากนั้นทั้งสองพระองค์ได้เสด็จฯ กลับไปยังสวิตเซอร์แลนด์เพื่อทรงรักษาพระองค์และทรงศึกษาต่อ จนกระทั่ง พระองค์มีพระประสูติกาลสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดีและเมื่อสมเด็จพระเจ้าลูกเธอมีพระชันษาได้ 3 เดือน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีจึงเสด็จนิวัติประเทศไทย

สมเด็จพระบรมราชินีนาถ           เมื่อ พ.ศ. 2499 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชประสงค์จะเสด็จฯ ออกผนวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนาระหว่างวันที่ 22 ตุลาคม ถึง 5 พฤศจิกายน เป็นระยะเวลา 15 วัน จึงต้องมีการแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ดังนั้น พระองค์ทรงพระราชดำริว่าสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีเป็นผู้ทรงพระปรีชาสามารถในอันที่จะรับพระราชภารกิจในคราวนี้ได้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในระหว่างที่ผนวช
          ต่อมา ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม ปีเดียวกันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการประกาศว่า ตามราชประเพณี เมื่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้ทรงดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เคยมีประกาศให้ออกพระนามว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และทรงพระราชดำริว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีได้ทรงดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในระหว่างที่ผนวช และได้ปฏิบัติพระราชภารกิจแทนพระองค์ด้วยพระปรีชาสามารถ สนองพระราชประสงค์เป็นที่เรียบร้อย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระอภิไธยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีว่า "สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ" นับว่าทรงเป็นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถพระองค์ที่ 2 ในประเทศไทย โดยพระองค์แรก คือ สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ (ภายหลังได้รับการสถาปนาเป็น สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พระพันปีหลวง)

พระประชวร           เช้าตรู่วันที่ 21 กรกฎาคม 2555 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเวียนพระเศียรและเซ ขณะทรงออกพระกำลัง ณ โรงพยาบาลศิริราชที่ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชประทับอยู่ คณะแพทย์ตรวจพระองค์โดยวิธีสร้างภาพด้วยเรโซแนนซ์แม่เหล็กแล้วแถลงว่า ทรงประสบภาวะพระสมองขาดเลือด (ischemic stroke)
          พระองค์จึงประทับรักษาพระวรกายอยู่ ณ โรงพยาบาลศิริราชและทรงงดเว้นพระราชกิจนับแต่นั้น รวมถึงการเสด็จออกมหาสมาคมในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่พระที่นั่งอนันตสมาคมเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2555
          ต่อมาวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2556 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงเผยถึงพระอาการว่า ทรงได้รับการรักษาและบำบัดจนทรงหายดีขึ้นเป็นที่น่าพอใจของแพทย์ ทรงพระดำเนินได้คล่องแคล่วและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่แพทย์ยังให้พระองค์เว้นพระราชกิจไปก่อน
          ครั้นวันที่ 1 สิงหาคม 2556 ได้แปรพระราชฐานไปยังพระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล พร้อมพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และวันที่ 7 สิงหาคม 2556 สำนักพระราชวังแถลงว่า ทรงปวดพระอังสากับข้อพระกรซ้าย คณะแพทย์ตรวจแล้วเห็นว่า พระนหารูบริเวณดังกล่าวอักเสบ จึงถวายพระโอสถและกายภาพบำบัด

พระราชกรณียกิจ           สมเด็จพระนางเจ้าฯ ครั้งเสด็จไปเยี่ยมชมฐานทัพทหารราบที่ 27 ของสหรัฐอเมริกา ใกล้นครราชสีมา เมื่อปี พ.ศ. 2505
          สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภารกิจในการส่งเสริมคุณภาพชีวิต อาชีพ และความเป็นอยู่ของบุคคลผู้ยากไร้ และประชาชนในชนบทห่างไกล ได้โดยเสด็จพระราชดำเนิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปทั่วทุกหนแห่งในแผ่นดินไทยนี้
          โครงการที่มีสาขาขยายกว้างขวางไปทั่วประเทศโครงการหนึ่งก็คือ โครงการส่งเสริมศิลปาชีพ ซึ่งในภายหลังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ก่อตั้ง เป็นรูปมูลนิธิ พระราชทานนามว่า "มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษในพระบรมราชินูปถัมภ์" เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2519 และเมื่อ พ.ศ. 2528 ได้เปลี่ยนชื่อ เป็น มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ อันเป็นการส่งเสริมอาชีพและขณะเดียวกันยังอนุรักษ์และส่งเสริมงานศิลปะพื้นบ้านที่มีความงดงามหลายสาขา เช่น การปั้น การทอ การจักสาน เป็นต้น
          นอกจากนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ยังทรงเอาพระทัยใส่ในกิจการด้านสาธารณสุข โดยได้ทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทย และหากเสด็จฯ เยือนต่างประเทศ ก็มักจะทรงถือโอกาสเสด็จฯทอดพระเนตรกิจการกาชาดของประเทศนั้น ๆ เพื่อทรงนำมาปรับปรุงกิจการสภากาชาดไทยอยู่เสมอ
          สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ยังทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชนทั้งในและต่างประเทศ มีผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในการอนุรักษ์ คุ้มครอง และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ อันเป็นฐานการดำรงชีวิตของพสกนิกร คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเห็นชอบ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2553 ถวายพระราชสมัญญา "พระมารดาแห่งการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพ" แด่พระนามสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เพื่อเป็นการแสดงกตเวทิคุณของรัฐบาล และปวงชนชาวไทย ในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ
          ในกิจทางด้านการทหารนั้น ทรงดำรงตำแหน่งพันเอกผู้บังคับการพิเศษ กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ทรงให้ความสนพระทัยต่อการดำเนินงานของกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ตลอดมา โดยผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 จะเข้ามาถวายรายงานถึงผลการปฏิบัติงานพร้อมกับรับพระราชเสาวนีย์ตลอดจนคำแนะนำไปดำเนินการปฏิบัติอยู่เป็นประจำ

พระราชกรณียกิจ           สมเด็จพระนางเจ้าฯ ครั้งเสด็จไปเยี่ยมชมฐานทัพทหารราบที่ 27 ของสหรัฐอเมริกา ใกล้นครราชสีมา เมื่อปี พ.ศ. 2505
          สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภารกิจในการส่งเสริมคุณภาพชีวิต อาชีพ และความเป็นอยู่ของบุคคลผู้ยากไร้ และประชาชนในชนบทห่างไกล ได้โดยเสด็จพระราชดำเนิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปทั่วทุกหนแห่งในแผ่นดินไทยนี้
          โครงการที่มีสาขาขยายกว้างขวางไปทั่วประเทศโครงการหนึ่งก็คือ โครงการส่งเสริมศิลปาชีพ ซึ่งในภายหลังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ก่อตั้ง เป็นรูปมูลนิธิ พระราชทานนามว่า "มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษในพระบรมราชินูปถัมภ์" เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2519 และเมื่อ พ.ศ. 2528 ได้เปลี่ยนชื่อ เป็น มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ อันเป็นการส่งเสริมอาชีพและขณะเดียวกันยังอนุรักษ์และส่งเสริมงานศิลปะพื้นบ้านที่มีความงดงามหลายสาขา เช่น การปั้น การทอ การจักสาน เป็นต้น
          นอกจากนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ยังทรงเอาพระทัยใส่ในกิจการด้านสาธารณสุข โดยได้ทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทย และหากเสด็จฯ เยือนต่างประเทศ ก็มักจะทรงถือโอกาสเสด็จฯทอดพระเนตรกิจการกาชาดของประเทศนั้น ๆ เพื่อทรงนำมาปรับปรุงกิจการสภากาชาดไทยอยู่เสมอ
          สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ยังทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชนทั้งในและต่างประเทศ มีผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในการอนุรักษ์ คุ้มครอง และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ อันเป็นฐานการดำรงชีวิตของพสกนิกร คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเห็นชอบ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2553 ถวายพระราชสมัญญา "พระมารดาแห่งการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพ" แด่พระนามสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เพื่อเป็นการแสดงกตเวทิคุณของรัฐบาล และปวงชนชาวไทย ในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ
          ในกิจทางด้านการทหารนั้น ทรงดำรงตำแหน่งพันเอกผู้บังคับการพิเศษ กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ทรงให้ความสนพระทัยต่อการดำเนินงานของกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ตลอดมา โดยผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 จะเข้ามาถวายรายงานถึงผลการปฏิบัติงานพร้อมกับรับพระราชเสาวนีย์ตลอดจนคำแนะนำไปดำเนินการปฏิบัติอยู่เป็นประจำ
          นอกจากปวงชนชาวไทยแล้ว บรรดาเพื่อนบ้านที่ต้องลี้ภัยอพยพมายังแผ่นดินไทย ก็ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระองค์ โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สภากาชาดไทยไปให้ความร่วมมือกับกาชาดสากลในการช่วยเหลือผู้อพยพ และพระราชทานครูเข้าไปสอนวิชาชีพให้แก่ผู้อพยพ กิจการดังกล่าวได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานจนองค์กรระหว่างประเทศต่างพากันยกย่องและทูลเกล้าถวายรางวัลและปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์เป็นจำนวนมาก ดังเช่น
- องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญซีเรส เทิดพระเกียรติในฐานะที่ทรงยกฐานะของสตรีให้มีระดับสูงขึ้นและทรงเป็นผู้ "ให้โดยไม่เลือกที่รักมักที่ชัง" (11 พฤษภาคม พ.ศ. 2522)
- มหาวิทยาลัยทัฟส์ จากรัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขามนุษยธรรมในฐานะที่ทรงยกระดับฐานะการครองชีพของประชาชน และช่วยบรรเทาทุกข์ของเด็ก (พ.ศ. 2523)
- สหพันธ์พิทักษ์เด็ก แห่งนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ทูลเกล้าฯถวายรางวัลบุคคลดีเด่นด้านพิทักษ์เด็ก (9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2524)
- สถาบันเอเชียโซไซตี้ แห่งกรุงนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ทูลเกล้าฯถวายรางวัลด้านมนุษยธรรม (14 มีนาคม พ.ศ. 2528)
- มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าของโลก สดุดีเทิดพระเกียรติ ในฐานะบุคคลดีเด่นด้านอนุรักษ์สัตว์ป่า (19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2529)
- ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้ทูลเกล้าฯถวายสมาชิกภาพกิตติมศักดิ์ ซึ่งสถาบันแห่งนี้เคยมอบให้ แต่เฉพาะ ผู้ที่เป็นแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นเป็นที่รู้จักระดับโลกเท่านั้น (1 พฤษภาคม พ.ศ. 2531)
- ศูนย์ศึกษาการอพยพ ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่รัฐนิวยอร์ก กราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯ ไปทรงรับรางวัลความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยประจำปี ณ วอชิงตัน ดี.ซี. (29 มีนาคม พ.ศ. 2533)
- กลุ่มผู้สนับสนุนพิพิธภัณฑ์เด็กในสหรัฐอเมริกา ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. (1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2534)
- องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญทองโบโรพุทโธ ในฐานะทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอนุรักษ์และพัฒนางานศิลปหัตถกรรม ณ ศาลาธรรม จังหวัดเชียงใหม่ (30 มกราคม พ.ศ. 2535)
- กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลเกียรติคุณพิเศษในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษ 5 รอบ ในฐานะทรงอุทิศพระองค์ประกอบพระราชกรณียกิจอันเป็นผลให้แม่และเด็กนับล้านได้รับบริการขั้นพื้นฐาน (2 สิงหาคม พ.ศ. 2535)
- กองทุนพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลแห่งความเป็นเลิศในฐานะทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจพัฒนาสตรีไทย (2 สิงหาคม พ.ศ. 2535)
- มหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์ รัฐแมริแลนด์ สหรัฐอเมริกา ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขามนุษยธรรม (25 พฤษภาคม พ.ศ. 2538)

พระอิสริยยศ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร (12 สิงหาคม พ.ศ. 2475 – 28 เมษายน พ.ศ. 2493)
สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ (28 เมษายน พ.ศ. 2493 – 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493)
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี (5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 – 5 ธันวาคม พ.ศ. 2499)
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (5 ธันวาคม พ.ศ. 2499 – ปัจจุบัน)

พระยศทหาร
พ.ศ. 2502: พันเอกหญิง ผู้บังคับการพิเศษประจำกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ และ นายทหารพิเศษประจำกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์
พ.ศ. 2514: นาวาเอกหญิง นาวาอากาศเอกหญิง นายทหารพิเศษประจำกองทัพเรือ และ นายทหารพิเศษประจำกองทัพอากาศ
พ.ศ. 2523: นายทหารพิเศษประจำกรมนักเรียนนายเรือ รักษาพระองค์ กรมยุทธศึกษา โรงเรียนนายเรือ ประจำกองบังคับการกรมทหารราบที่ 3 รักษาพระองค์ กรมนาวิกโยธิน ประจำกรมนักเรียนนายเรืออากาศ รักษาพระองค์ กรมยุทธศึกษา โรงเรียนนายเรืออากาศ และ ประจำกองพันทหารอากาศโยธินที่ 1 รักษาพระองค์
พ.ศ. 2525: นายกองใหญ่ กองอาสารักษาดินแดน สำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน
พ.ศ. 2530: พลเอกหญิง พลเรือเอกหญิง พลอากาศเอกหญิง
พ.ศ. 2535: จอมพลหญิง จอมพลเรือหญิง จอมพลอากาศหญิง

“คู่พระบารมี สิริแห่งแผ่นดิน”

Full name Her Majesty Queen Sirikit
Dignity The Empress Dowager
Dynasty Chakri

Full name Her Majesty Queen Sirikit Dignity The Empress Dowager Dynasty Chakri

Full name Her Majesty Queen Sirikit Dignity The Empress Dowager Dynasty Chakri


No Event

No Event

No Event

No Event

ข่าว

News

ニュース

消息

คณะเจ้าหน้าที่ของกองการท่องเที่ยว ร่วมศึกษาดูงานภายในพื้นที่เขตหลักสี่

Officers of Bangkok Tourism Department go for observe field trip at Laksi District.


เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2559 ที่ผ่านมา คณะเจ้าหน้าที่ของกองการท่องเที่ยว สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว ได้เดินทางไปศึกษาดูงาน และเรียนรู้สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญภายในพื้นที่เขตหลักสี่ อาทิ

- ชมศูนย์การเรียนรู้ห้องเรียนธรรมชาติ เกษตรอินทรีย์ ณ สวนเกษตรดาดฟ้าของสำนักงานเขตหลักสี่ ฟังบรรยาย และการสาธิตการปลูกผักต่างๆ รวมถึงเทคนิคการปลูกพืชบนพื้นที่จำกัดอย่างชุมชนเมือง (ข้อมูลเพิ่มเติม www.thaicityfarm.com)

- เยี่ยมชมวัดหลักสี่ ชมภาพเขียนอันงดงามจากปลายพู่กันของอาจารย์เฉลิมชัย โฆสิตพิพัฒน์ เมื่อครั้งบวชที่วัดหลักสี่

- เยี่ยมชมชุมชนตลาดบางเขน และพบคุณถนอม มีเท่า ศิลปินผู้ประดิษฐ์หัวโขนประจำท้องถิ่น ณ บ้านช่างทำหัวโขนของดีเขตหลักสี่ ชมบ้าน 100 ปี ชมโรงเจซินสุนตั๊ว และศาลเจ้าแม่ทับทิม

- เยี่ยมชมโรงละครหุ่นสายเสมา ศิลปะเพื่อสังคม พร้อมชมละครหุ่นสายที่บอกเล่าเรื่องราวของเขตหลักสี่ และทุ่งบางเขน (ข้อมูลเพิ่มเติม www.semathai.com)

โดยการเดินทางไปศึกษาดูงาน ซึ่งไม่ใช้งบประมาณในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรการท่องเที่ยว ร่วมถึงการสนับสนุนให้เกิดจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางการท่องเที่ยว ในการฟื้นฟู และพัฒนาทรัพยากรบุคคลและแหล่งท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน

At 27 July 2016, Group of officers from Bangkok Tourism Department went to observe the attractions located in Laksi District for example:

Visit Agriculture place,Natural Classroom Center, at the rooftop of District office to listen to lecture and demonstrate how to plant organic vegetables. (More Details: www.thaicityfarm.com)
Visit Laksi Temple to view gorgeous Buddhist imagery paintings from Thai national artist Chalermchai Kositpipat Visit Bang Khen village and visit Mr. Thanom Meetao (Khon Mask artist maker) at 100 year house, and Tubtim prestige shrine. Watch the past story of Laksi from Doll Theatre at Sema Thai (More Detail: www.semathai.com)

This cost-free project has an objective to preserve the Bangkok’s culture and promote the local attractions to raise an awareness about restoring and developing the existing culture of Bangkok.

พิธีส่งมอบห้องสุขาสาธารณะวัดยานนาวา

Public Toilets handover for Wat Yannawa


วันนี้ (28 ก.ค.59) เวลา 10.00 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานพร้อมด้วยผู้บริหารกรุงเทพมหานคร และสำนักงานเขตต่างๆ ร่วมในพิธีส่งมอบห้องสุขาสาธารณะวัดยานนาวา เพื่อใช้เป็นสาธารณะประโยชน์ ในการให้บริการแก่ประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ กรุงเทพมหานครได้มอบหมายให้สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว ดำเนินการจัดทำโครงการก่อสร้างห้องสุขาสาธารณะวัดยานนาวา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการพัฒนาสุขาในศาสนสถานที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ให้ถูกสุขลักษณะ มีมาตรฐาน ความสะอาด สะดวก สวยงาม รองรับผู้พิการ และเพียงพอต่อการให้บริการนักท่องเที่ยว ตามนโยบายที่จะพัฒนาปรับปรุงด้านกายภาพ และจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกในแหล่งท่องเที่ยวโดยเฉพาะเรื่องของสุขา สาธารณะ ตามแผนพัฒนาการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร คือ กรุงเทพมหานครเป็นมหานครท่องเที่ยวที่ดีที่สุด

Today (28 July 2016) at 10:00 AM. M.R. Sukhumbhand Paribatra, Governor of Bangkok, presides at the meeting with head of district office in Bangkok in order to handover the public toilet for Wat Yannawa as a commonwealth for Bangkok people, and foreigners that visit Thailand. Tourism Division; Culture, Sports and Tourism Department is responsible for building and managing public toilets project for the convenience of both Thai people and foreigners that meet the hygiene standard, and suit for disabled people according to the policy to improve the scenery of Bangkok.